วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2550

แนะนำหนังสือพับกระดาษจากแบงค์

อันนี้เป็นเล่มที่ได้มาจากการหาข้อมูลทำธีสิส
ที่ตอนแรกเสนอเรื่อง การพับกระดาษไหว้เจ้าไปด้วย
เป็นญาติๆกับโอริกามิ เหมือนกัน:) เลยไปเดินดูหนังสือ
ที่สอนวิธีพับกระดาษที่ kinokuniya เลยเจอเล่มนี้เข้า
เป็นการสอนพับแบงค์ดอลล่าห์ เป็นรูปต่างๆ
น่ารักมาก แต่พับยากมากกกกกก


































เดียวจะเอาเรื่องกระดาษไหว้เจ้ามาลงบ้าง มันเป็นญาติๆกับ
origami แต่ใกล้ตัวเรากว่าเยอะเลย :)

Origami & Word : ขั้นตอนการทำงาน

ขั้นตอนการทำงานนี้เริ่มต้นจากการหา origmi และคำ
ที่ จำนวนพับเท่า = จำนวนตัวอักษรของคำ
โดยทำออกมาทั้งหมด 26 คำ ไล่ไปตั้งแต่ a-z

ในการทำงานจะเริ่มจากการพับกระดาษแล้วขีดเส้นตามรอยพับ
เพื่อสร้างgrid ที่จะช่วยวางตัวอักษร ให้ง่ายขึ้น










































plane


หลังจากนั้นจึงวาดเส้นใหม่อีกครั้งใน illustrator ในอาทิตแรก
จะมีเพิ่งแค่ตัวอักษรแต่จะมีปัญหาในการบ่งชี้ว่าอักษรไหนมาก่อนหลัง
ทำให้ระบบการพับผิดไป จึงได้ลองใส่ ความเข้ม-อ่อนของตัวอักษร รวมทั้งขนาดที่ต่างกันของตัวอักษรมาใช้





















glass (ด้านซ้าย มีแต่ขนาดที่แตกต่าง ด้านขวา แตกต่างทั้งขนาด และ น้ำหนักสี )


นอกจากการใส่สิ่งที่บ่งชี้ลำดับของการสะกดคำ คือ น้ำหนักอักษร
และ น้ำหนักสี การพัฒนางานขั้นต่อมามีการใส่สิ่งที่บ่งชี้
ลำดับของการสะกดคำคือ เส้นและลูกศร





















glass ( finishing )

รวมทั้งยังใส่ลายกราฟฟิกเพื่อสร้างความน่าสนใจ และทำให้
งานออกมาชัดเจนขึ้น

Origami & Word

จาก system ที่เลือกทำงานคือ ระบบของการพับกระดาษเป็นรูปต่างๆ โดยมีแนวคิดที่ว่า การพับกระดาษนั้น เป็นระบบที่ไม่สามารถข้ามขั้นตอน
หรือผิดขั้นตอนการพับได้ จึงหาระบบที่มีแนวคิดเดียวกัน
มาใช้ในการทำงาน และระบบที่เลือกคือ ระบบของการสะกดคำ

โดยใช้หลักการคือ
จำนวนครั้งในการพับกระดาษ = จำนวนอักษรในคำนั้น
ความหมายของรูปกระดาษที่เสร็จ = ความหมายของคำ

จึงนำมาทำเป็นงาน ที่ใช้การสะกดคำมาเป็นตัวนำการพับไปทีละขั้นตอน เมื่อจบจะได้กระดาษตามความหมายของคำที่ใช้
เช่น glass จะ มีีการพับ 5 ขั้นตอนไล่ไปตามตัวอักษร

รวม link การพับกระดาษ

วันนี้อัพ link ต่างๆก่อน เดี๋ยวจะมาอธิบายงานใหม่อีกครั้ง แต่ต้องขอเวลาคนเขียนบล็อกรวมสติตัวเองก่อน เพราะว่าช่วงนี้เบลอมากมาย กำลังประสาทกะโรงพยาบาลประสาทอยู่ -*-

การพับกระดาษแบบญี่ปุ่น
http://www.origami-club.com/en/
http://www.origami.com/
การพับกระดาษ vs คณิตศาสตร์
http://www.paperfolding.com/math/

เพิ่มเติม: เว็บรวมรูปแบบการพับ
http://comicalfamilytree.tripod.com/origami-diagrams-list.htm
http://del.icio.us/tag/origami

วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

html graph

ไปเจอเว็บที่พอเราใส่ชื่อ url อะไรลงไปมันก็จะเป็นกราฟออกมาให้ดู อาจจะ link กับ system ที่เคยทำเป็นใยแมงมุมได้ แต่ของเค้าวิเคราะห์จากส่วนประกอบของเว็บที่เราใส่ชื่อไป แต่ของเรามั่วเอาเอง :b

ความหมายของแต่ละสีคือ
blue for links (the A tag)
red for tables (TABLE, TR and TD tags)
green for the DIV tag
violet for images (the IMG tag)
yellow for forms (FORM, INPUT, TEXTAREA, SELECT and OPTION tags)
orange for linebreaks and blockquotes (BR, P, and BLOCKQUOTE tags)
black the HTML tag, the root node
gray all other tags

อัันนี้เป็นของเว็บนี้


อันนี้เป็นของ hi5


ดูเหมือน hi5 จะยุ่งเหยิงกว่ากันเยอะเลย เกือบลืมบอก เว็บชื่อ
http://www.aharef.info/static/htmlgraph/

วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

workshop : system

การทำ workshop เรื่อง system โดยมีอุปกรณืคือ หลอด เชือก หนังยาง


ในกลุ่มเลือกที่จะทำระบบของ " อินเตอร์เนต " ซึ่งเป็นระบบที่คุ้นเคยกันในแต่ละวัน จึงทำเป็นรูปร่างของใยแมงมุมที่เป็นเครือข่าย




หลอดสีฟ้าและเหลือง แทนการรับและส่งของสัญญาณที่ต้องเดินทางไปตามเครือข่าย และ เทปสีขาวที่ติด ก็เหมือนเว็บไซด์ต่างๆที่อยู่บนเครือข่ายอินเตอร์เนต




จากการทำ workshop ครั้งนี้ก็รู้จัก system มากขึ้นว่าอาจจะเป็น system ที่เราคุ้นเคยอยู่แล้ว หรืออาจเป็นการสร้่ง system ใหม่ก็ได้ ถ้าเรามอง system ในข้อกำหนดที่แตกต่างกัน เช่น system ของบางคนอาจเป็นสิ่งที่ต้องเชื่อต่อกันไปเรื่อยๆไม่รุ้จบ หรือ อาจเป้นระบบที่ต้องวนกลับมาสู่จุดเริ่มต้น แต่ถึงแม้ว่าจะสร้างะบบใหม่ๆเราก็ต้องมีข้อกำหนดบางอย่างอยู่ที่ยังอยู่ในความหมายของคำว่า system

10 rules of Simplicity

จิงจิงวันนี้ไม่มีอารายแต่เห็นบล์อกไม่อัพเดตมานานแล้ว
เพราะยังคิดงานไม่ค่อยออก แต่พอดีไปเจอคนแนะนำหนังสือเล่มหนึ่ง
ชื่อ simplicity ของ edward de bono สำนักพิมพ์ penguin books ปี 1999
ภายในเล่มจะมีกฏ 10 ข้อของ simplicity และหนังสือทั้งเล่มก็จะเกี่ยวข้องกับกฏเหล่านี้

1. you need to put a very high value on simplicity.
2. you must be determined to seek simplicity.
3. you need to understand the matter very well.
4. you need to design alternatives and possibilities.
5. you need to challenge and discard existing elements.
6. you need to be prepared to start over again.
7. you need to use concepts.
8. you may need to break things down into smaller units.
9. you need to be prepared to trade off other values for simplicity.
10. you need to know for whose sake the simplicity is being designed.

เดี๋ยววันพุธจะไป tcdc ถ่ายรูปมาให้ดู ว่าข้างในเป็นยังไง หวังว่า tcdc คงมีนะ :)